นี่แหละ 5 สาเหตุที่ทำให้ผิวของคุณไม่ขาวขึ้นสักที

d1000town

 เชื่อว่าสาว ๆ แทบจะทุกคนนั่นแหละ ที่อยากทำให้ผิวพรรณของตัวเองขาวขึ้น จึงลงทุนทำสารพัดอย่างทั้งทาไวท์เทนนิ่ง ฉีดและกินยาต่าง ๆ นานา แต่ถ้าทำแล้วผิวก็ยังไม่ขาวขึ้นอย่างที่ต้องการสักที นั่นก็คงเป็นเพราะ 5 สาเหตุที่กระปุกดอทคอมนำมาฝากในวันนี้แน่นอนค่ะ …

d1000town

 ไม่สครับผิว

          รู้ยังว่าปกติแล้วธรรมชาติของผิวหนังคนเราจะผลัดเซลล์ผิวออกเอง และเซลล์เก่าที่ตายแล้วนี่แหละมักจะมาเกาะตัวรวมกัน จนเป็นสาเหตุทำให้ผิวดูหมองคล้ำไม่ขาวใสอย่างที่ต้องการ ถ้าไม่อยากให้ผิวดูคล้ำหมองโทรมละก็ ต้องสครับผิวเบา ๆ เพื่อให้เซลล์ผิวเก่าหลุดออก จะได้เผยผิวใหม่ที่ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ

d1000town

 ไม่ทาครีมกันแดด

          ต่อให้ทาครีมแบบหนักหน่วง หรือสครับผิวสม่ำเสมอแล้ว แต่ถ้ายังขาดการทาครีมกันแดดอยู่ละก็ อย่าหวังว่าจะขาวขึ้นอย่างที่ต้องการเลยจ้ะ ยิ่งเวลาสครับผิวแล้ว ช่วงแรก ๆ ผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น ถ้าออกจากบ้านโดยไม่มีตัวช่วยปกป้องรังสียูวีเลยละก็ ปีหน้าปีไหนก็ไม่มีทางขาวแน่ฟันธง !

 ขาดการบำรุงจากภายใน

          ไม่ใช่ว่าขยันประโคมครีมไวท์เทนนิ่งทุกวัน แต่ไม่ดูแลเรื่องอาหารการกินหรือบำรุงภายในร่างกายเลย แบบนี้ก็ฝันไปเถอะว่าผิวจะขาวขึ้นได้ รู้แบบนี้แล้วก็ควรหันมาบำรุงจากภายในด้วยการกินผักและผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น ฝรั่ง ส้ม หรือจะกินวิตามินเสริมที่ช่วยบำรุงผิวด้วยก็จะช่วยได้อีกแรง

 ตากแดดบ่อย

          ถึงแม้ว่าจะทาครีมกันแดดแล้วก็จริง แต่ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งนาน ๆ บางทีครีมกันแดด SPF สูง ๆ ยังเอาแทบไม่อยู่เลย หากเป็นเพราะหน้าที่การงานหรือจำเป็นต้องอยู่กลางแดดบ่อยจริง ก็อย่าลืมหาเสื้อแขนยาวมาคลุมทับ หาหมวกมาใส่ หรือกางร่มเพื่อช่วยปกป้องผิวอีกทางก็จะช่วยให้ผิวขาวได้อย่างที่ต้องการเลยแหละ

 อยู่หน้าจอคอมพ์นาน

          ถึงแม้จะบอกว่าไม่ได้ออกไปตากแดดนอกบ้านเลย แต่ทำไมผิวยังไม่ขาวขึ้นสักที ต้องบอกเลยว่าถึงแม้ไม่ได้ออกมาเจอแดด แต่รู้ไหมว่าคอมพิวเตอร์สามารถปล่อยรังสี UVA ที่ทำให้ผิวคล้ำลงและผิวเสียได้ด้วย ทางที่ดีอย่าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ หรือถ้าจำเป็นจริง ๆ แม้อยู่ในบ้านก็ต้องทาครีมกันแดดป้องกันไว้ด้วยนะ





          แต่ละข้อนี่ตรงใจสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะคะ งานนี้ถ้าสาว ๆ อยากขาวขึ้นอย่างเห็นผลละก็ เลี่ยง 5 สาเหตุนี้ให้ไวเลย รับรองว่าผิวขาวขึ้นแน่โดยไม่ต้องพึ่งการกินหรือฉีดอะไรให้เสี่ยงอันตรายเลยแหละ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kapook

 

แชร์บทความนี้

Comments

comments